...ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ฉันเป็นแบบนั้นก่อนหน้านี้หนึ่งปีฉันยังคงสนุกกับชีวิตที่มีแต่อิสระจะไปไหน กินอะไร ทำอะไรล้วนแล้วแต่มาจากความคิดของตัวเองล้วนๆ จนวันนึงการเดินทางของฉันที่เตร็ดเตร่ไปเรื่อยเปื่อยก็มีเหตุให้ต้องหยุดชะงักด้วยมี "ผู้ชายคนนึง" มายืนขวางตรงหน้าของฉัน เขาเริ่มจากการสบตา..พูดจา..ยื่นใจของเขามา..น่าแปลกใจที่ตัวฉันเองก็ยื่นมือไปรับ "หัวใจ" ของเขาไว้เช่นกัน ความสัมพันธ์ที่ส่วนผสมหลักคือความรักเข้ามาหลวมรวมเราสองคนเข้าด้วยกัน จนเวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งปี เราสองคนก็จับมือกันเดินไปยังจุดที่ ถ้าเราสองคนก้าวข้ามจุดนั้นมาได้ เราสองคนก็จะได้ชื่อว่าเป็น สามี-ภรรยา กันอย่างสมบูรณ์ "จุด" จุดนั้นก็คือการเข้าพิธีแต่งงานนั่นเอง...ผ่านมา 22 วันหลังจากผ่านจุดนั้นมา ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในแต่ละวันสำหรับผู้หญิงคนนี้คือ "สิ่งแปลกใหม่" ในชีวิตบางอย่างก็ไม่ชอบและบางอย่างก็ชอบ ในสิ่งที่ไม่ชอบยังคงเป็นปัญหาถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงเลิกสนใจสิ่งนั้นไปเลยไม่สนใจก็จบ แต่...ณ วันนี้ไม่ได้มีแค่ใจตัวเองเท่านั้นฉันต้องสนใจ "หัวใจ" อีกดวงด้วย ::..เป็นเรื่องที่ยังคงต้องพยายามให้มาก เพราะตัวฉันเองยอมรับเลยว่าเป็นคนที่ "เอาแต่ใจ" อยู่ในอันดับต้นๆในบรรดาผู้หญิงเอาแต่ใจทุกคน
 

เพียงแค่อยากระบาย

posted on 15 Oct 2014 22:10 by nouine directory Lifestyle, Diary
 
 
......ใจหนึ่งใจประกอบไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย และความรู้สึกเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นที่มาของความ "สุข" และความ "ทุกข์".....อย่างเช่นเวลานี้ตัวเรากำลังโดนความรู้สึกที่อยู่ภายในใจทำร้ายให้บาดเจ็บอย่างแสนสาหัส และที่มันสาหัสก็เป็นเพราะว่า ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่วิเศษสำหรับเราเป็นของมีค่าที่มีคนให้มาเพื่อเรา...ทุกๆครั้งที่จ้องมองที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกเหล่านี้ มันช่างนุ่มนวล อ่อนหวาน ทำให้ใจรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทุกๆครั้งที่ได้อยู่ใกล้หรือได้สัมผัส...จนวันนึงทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปความรู้สึกเหล่านั้นกลายเป็นมีดดาบที่มีความโปร่งใสทำให้เรามองไม่เห็น...แม้แต่....ตอนที่มันกำลังเสียบแทงเข้าไปข้างในใจเรานั่นเอง.....
 
 
 
>>>> อย่า "เจ็บ" เพราะความรู้สึกอีกเลย..................ใบไม้สีชมพู

อาย....ไม่กล้า

posted on 21 Aug 2014 17:00 by nouine
 
 
         .....ตู้ดด ตู้ดด ...เสียงที่น่ารัก ใสๆ ดังมาจากปลายสาย --ฮัลโหล นี่ใครเอ่ย มีใครที่มีนารู้จักเปลี่ยนเบอร์โทรหรือเปล่าน๊าา เอ๋..อย่าให้พูดคนเดียวสิค่ะ ไม่อยากจะคิดเลยหน่ะ ว่าคุณจะแกล้งมีนาได้ลงคอ ฮัลโหลๆๆ--- ....ผมจะเริ่มพูดอะไรดี ผมคิดไม่ออกเลยจริงๆ ความรู้สึกที่ดีใจมันมากมายเหลือเกินจนล้นออกมาบดบัง คำพูดที่ผมเตรียมที่จะพูดออกมาทั้งหมด ผมคิดประโยค คำพูดแม้แต่ซักคำยังไม่มี ถ้าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ มีนาคงจะกดวางสายจากผมในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าแน่ๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคำพูดแรกที่ผมเลือกที่จะเปล่งเสียงออกไปก็คือคำว่า..เอ่ออ..(มันน่าอายจริงๆที่คิดได้แค่นี้ T^T) ..เย้ๆพูดออกมาแล้ว มีอะไรจะพูดกับมีนาไหมค่ะ แล้วคุณเป็นใครกันหน่ะ แล้วได้เบอร์โทรของมีนามาได้อย่างไรค่ะ ...เธอยังคงใจเย็นถามผมเรื่อยๆ เธอยังน่ารักมองโลกในแง่ดีเหมือนเดิมเลยมีนา ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงกดวางสายไปนานแล้ว และคงสรุปว่าผมคือ ไอ้โรคจิต คนนึง แต่เป็นเธอมีนาเจ้าหญิงของผม ^^ พอหลุดจากห้วงความคิดได้ คำพูดอีกคำที่ผมเลือกที่จะพูดออกไปก็คือ ..มีนา..ผมตัดสินใจเรียกชื่อเธอ อย่างน้อยเธอก็จะได้รับรู้ว่าผมรู้จักเธอ..ค่ะ..เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างฉงน ผมไม่รอช้าที่จะพูดประโยคต่อไป --สะสสสวัสดีมีนา เราภูนะ..เอ่อออ ...แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดประโยคถัดไป มีนาก็พูดสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูสลดลงจากเมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าเป็นภูที่เคยอยู่บ้านติดกับมีนาเมื่อแปดปีที่แล้วหล่ะก็ มีนาคิดว่าเราสองคนไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องพูดคุยกันอีกแล้วนะค่ะ ...คำพูดของมีนามันช่างให้ความรู้สึกที่เยือกเย็นจริงๆ น้ำเสียงที่ฟังดูราบเรียบและเฉยเมยของเธอนั้น มันทำให้ผมรู้ได้ในทันทีว่า มีนายังไม่ให้อภัยผม... ผมจะทำอย่างไรดีที่จะให้เธอรู้ว่าผมแค่อยากจะขอโทษและปรับความเข้าใจกับเธอ..ถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่ามีโอกาสเป็นไปได้น้อยเหลือเกินที่ผมกับมีนาจะกลับมารู้สึกดีต่อกันได้อีกครั้ง ผมผิดเองที่ปล่อยให้เรื่องราวมันค้างคาไปกับวันเวลาที่ผ่านมาถึงวันนี้ก็ตั้งแปดปีแล้ว....วันนี้เมื่อแปดปีที่แล้วผมได้มีโอกาสรู้จักกับเด็กผู้หญิงคนนึงตอนนั้นเราทั้งคู่อายุ 18 ปี ผมเพิ่งย้ายมากับครอบครัวมาพักอาศัยอยู่บ้านที่ติดกับบ้านของเธอ ผมไม่รู้จักใคร ผมไม่มีเพื่อน ไปโรงเรียนผมก็นั่งกินข้าวคนเดียว และเธอ มีนาคนนี้แหละก็ทำให้ผมรู้จักกับมิตรภาพที่ดี เธอเข้ามาชวนผมพูดคุย จนผมยอมเปิดใจและเธอยังใจดีแนะนำเพื่อนๆของเธอให้เข้ามาทำความรู้จักกับผม ทำให้ผมมีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น เราสองคนสนิทกันมากด้วยความที่เราสองคนอยู่บ้านติดกัน ครอบครัวก็รู้จักกัน จึงไม่มีใครกังวลเท่าไหร่ในความสัมพันธ์ของเรา ผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวมองเราสองคนอย่างเอ็นดู...จนวันนึงผมเริ่มมีความรู้สึกว่ามีนาคือผู้หญิงที่ดีที่สุด น่ารักที่สุด เป็นคนที่ผมอยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุด (ไม่อยากจะบอกนะครับว่าตอนผมอยู่โรงเรียนผมติดอันดับหนุ่มฮอตอันดับสามของโรงเรียนเลยทีเดียว) พอได้โอกาสผมก็สารภาพรักกับมีนา เพราะผมมั่นใจในความหล่อของตัวเอง (อ่านะ) ว่ามีนาต้องรับรักผมสิ ผมมั่นใจมากๆ จริงๆ แต่เรื่องราวมันไม่ได้สวยงามอย่างในละคร หรือนิยายที่ต้องเป็นไปตามสคริปที่เราวางไว้ คำตอบที่ผมได้จากมีนาคือความเฉยชา และอาการหลบหน้าของมีนา ถึงตรงนี้ผมงงมาก เธอไม่แม้จะพูดจะตอบผมเลยว่ารักหรือไม่รักผม...เธอได้แต่หลบหน้าผม หรืออ้างว่าต้องไปเรียนพิเศษเพราะใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ...ผมคิดว่าผมอกหักหรือถูกปฎิเสธนั่นแหละ ผมเสียใจและรู้สึกโกรธมีนามากที่มองข้ามความรักของผมไป ในระหว่างที่ผมเสียใจเรื่องมีนาอยู่นั่น ก็มีผู้หญิงอีกคนนึงเข้่ามาสารภาพรักกับผมเธอชื่อน้ำหวาน เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆผิวขาว ผมยาว ถือว่าเธอน่ารักเลยทีเดียว ผมไม่รอช้ารีบรับรักน้ำหวานในตอนนั้นเลย แต่ไม่ใช่เพราะผมชอบน้ำหวานหรอกนะครับ ผมแค่อยากจะประชดมีนาก็เท่านั้น (ผมมันแย่ใช่ไหมครับ) ผมกับน้ำหวานโชว์ความสวีทหวานกันอย่างไม่อายใคร โดยเฉพาะต่อหน้ามีนาผมจะทั้งหยอดคำหวานและจับมือน้ำหวานเพื่ออยากให้มีนาเห็น แต่มีนาก็ได้แต่ทำหน้าเฉยๆและก็ลุกเดินจากไปก็เท่านั้น นี่มีนาไม่ชอบผมถึงขนาดนั้นเลยหรือ ทั้งๆที่เราก็สนิทกันขนาดนั้นทำไม มีนาไม่มีคำตอบหรือคำพูดอะไรก็ได้จะปฎิเสธผมก็ได้ แต่นี่เธอเงียบ ผมอึดอัดมากจริงๆ จากคนที่เคยเจอหน้ากันทุกวัน พูดคุยกันทุกวัน มาโรงเรียนด้วยกันทุกวัน แต่ตอนนี้มันตรงกันข้ามหมด ใจนึงผมก็เกลียดตัวเองที่ไม่น่าไปสารภาพรักกับมีนาเลย เธอคงเห็นผมเป็นแค่เพื่อนคนนึงก็เท่าน