อาย....ไม่กล้า

posted on 21 Aug 2014 17:00 by nouine
 
 
         .....ตู้ดด ตู้ดด ...เสียงที่น่ารัก ใสๆ ดังมาจากปลายสาย --ฮัลโหล นี่ใครเอ่ย มีใครที่มีนารู้จักเปลี่ยนเบอร์โทรหรือเปล่าน๊าา เอ๋..อย่าให้พูดคนเดียวสิค่ะ ไม่อยากจะคิดเลยหน่ะ ว่าคุณจะแกล้งมีนาได้ลงคอ ฮัลโหลๆๆ--- ....ผมจะเริ่มพูดอะไรดี ผมคิดไม่ออกเลยจริงๆ ความรู้สึกที่ดีใจมันมากมายเหลือเกินจนล้นออกมาบดบัง คำพูดที่ผมเตรียมที่จะพูดออกมาทั้งหมด ผมคิดประโยค คำพูดแม้แต่ซักคำยังไม่มี ถ้าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ มีนาคงจะกดวางสายจากผมในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าแน่ๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคำพูดแรกที่ผมเลือกที่จะเปล่งเสียงออกไปก็คือคำว่า..เอ่ออ..(มันน่าอายจริงๆที่คิดได้แค่นี้ T^T) ..เย้ๆพูดออกมาแล้ว มีอะไรจะพูดกับมีนาไหมค่ะ แล้วคุณเป็นใครกันหน่ะ แล้วได้เบอร์โทรของมีนามาได้อย่างไรค่ะ ...เธอยังคงใจเย็นถามผมเรื่อยๆ เธอยังน่ารักมองโลกในแง่ดีเหมือนเดิมเลยมีนา ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงกดวางสายไปนานแล้ว และคงสรุปว่าผมคือ ไอ้โรคจิต คนนึง แต่เป็นเธอมีนาเจ้าหญิงของผม ^^ พอหลุดจากห้วงความคิดได้ คำพูดอีกคำที่ผมเลือกที่จะพูดออกไปก็คือ ..มีนา..ผมตัดสินใจเรียกชื่อเธอ อย่างน้อยเธอก็จะได้รับรู้ว่าผมรู้จักเธอ..ค่ะ..เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างฉงน ผมไม่รอช้าที่จะพูดประโยคต่อไป --สะสสสวัสดีมีนา เราภูนะ..เอ่อออ ...แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดประโยคถัดไป มีนาก็พูดสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูสลดลงจากเมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าเป็นภูที่เคยอยู่บ้านติดกับมีนาเมื่อแปดปีที่แล้วหล่ะก็ มีนาคิดว่าเราสองคนไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องพูดคุยกันอีกแล้วนะค่ะ ...คำพูดของมีนามันช่างให้ความรู้สึกที่เยือกเย็นจริงๆ น้ำเสียงที่ฟังดูราบเรียบและเฉยเมยของเธอนั้น มันทำให้ผมรู้ได้ในทันทีว่า มีนายังไม่ให้อภัยผม... ผมจะทำอย่างไรดีที่จะให้เธอรู้ว่าผมแค่อยากจะขอโทษและปรับความเข้าใจกับเธอ..ถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่ามีโอกาสเป็นไปได้น้อยเหลือเกินที่ผมกับมีนาจะกลับมารู้สึกดีต่อกันได้อีกครั้ง ผมผิดเองที่ปล่อยให้เรื่องราวมันค้างคาไปกับวันเวลาที่ผ่านมาถึงวันนี้ก็ตั้งแปดปีแล้ว....วันนี้เมื่อแปดปีที่แล้วผมได้มีโอกาสรู้จักกับเด็กผู้หญิงคนนึงตอนนั้นเราทั้งคู่อายุ 18 ปี ผมเพิ่งย้ายมากับครอบครัวมาพักอาศัยอยู่บ้านที่ติดกับบ้านของเธอ ผมไม่รู้จักใคร ผมไม่มีเพื่อน ไปโรงเรียนผมก็นั่งกินข้าวคนเดียว และเธอ มีนาคนนี้แหละก็ทำให้ผมรู้จักกับมิตรภาพที่ดี เธอเข้ามาชวนผมพูดคุย จนผมยอมเปิดใจและเธอยังใจดีแนะนำเพื่อนๆของเธอให้เข้ามาทำความรู้จักกับผม ทำให้ผมมีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น เราสองคนสนิทกันมากด้วยความที่เราสองคนอยู่บ้านติดกัน ครอบครัวก็รู้จักกัน จึงไม่มีใครกังวลเท่าไหร่ในความสัมพันธ์ของเรา ผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวมองเราสองคนอย่างเอ็นดู...จนวันนึงผมเริ่มมีความรู้สึกว่ามีนาคือผู้หญิงที่ดีที่สุด น่ารักที่สุด เป็นคนที่ผมอยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุด (ไม่อยากจะบอกนะครับว่าตอนผมอยู่โรงเรียนผมติดอันดับหนุ่มฮอตอันดับสามของโรงเรียนเลยทีเดียว) พอได้โอกาสผมก็สารภาพรักกับมีนา เพราะผมมั่นใจในความหล่อของตัวเอง (อ่านะ) ว่ามีนาต้องรับรักผมสิ ผมมั่นใจมากๆ จริงๆ แต่เรื่องราวมันไม่ได้สวยงามอย่างในละคร หรือนิยายที่ต้องเป็นไปตามสคริปที่เราวางไว้ คำตอบที่ผมได้จากมีนาคือความเฉยชา และอาการหลบหน้าของมีนา ถึงตรงนี้ผมงงมาก เธอไม่แม้จะพูดจะตอบผมเลยว่ารักหรือไม่รักผม...เธอได้แต่หลบหน้าผม หรืออ้างว่าต้องไปเรียนพิเศษเพราะใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ...ผมคิดว่าผมอกหักหรือถูกปฎิเสธนั่นแหละ ผมเสียใจและรู้สึกโกรธมีนามากที่มองข้ามความรักของผมไป ในระหว่างที่ผมเสียใจเรื่องมีนาอยู่นั่น ก็มีผู้หญิงอีกคนนึงเข้่ามาสารภาพรักกับผมเธอชื่อน้ำหวาน เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆผิวขาว ผมยาว ถือว่าเธอน่ารักเลยทีเดียว ผมไม่รอช้ารีบรับรักน้ำหวานในตอนนั้นเลย แต่ไม่ใช่เพราะผมชอบน้ำหวานหรอกนะครับ ผมแค่อยากจะประชดมีนาก็เท่านั้น (ผมมันแย่ใช่ไหมครับ) ผมกับน้ำหวานโชว์ความสวีทหวานกันอย่างไม่อายใคร โดยเฉพาะต่อหน้ามีนาผมจะทั้งหยอดคำหวานและจับมือน้ำหวานเพื่ออยากให้มีนาเห็น แต่มีนาก็ได้แต่ทำหน้าเฉยๆและก็ลุกเดินจากไปก็เท่านั้น นี่มีนาไม่ชอบผมถึงขนาดนั้นเลยหรือ ทั้งๆที่เราก็สนิทกันขนาดนั้นทำไม มีนาไม่มีคำตอบหรือคำพูดอะไรก็ได้จะปฎิเสธผมก็ได้ แต่นี่เธอเงียบ ผมอึดอัดมากจริงๆ จากคนที่เคยเจอหน้ากันทุกวัน พูดคุยกันทุกวัน มาโรงเรียนด้วยกันทุกวัน แต่ตอนนี้มันตรงกันข้ามหมด ใจนึงผมก็เกลียดตัวเองที่ไม่น่าไปสารภาพรักกับมีนาเลย เธอคงเห็นผมเป็นแค่เพื่อนคนนึงก็เท่านั้น ผมทำลายมิตรภาพของความเป็นเพื่อนของเราสองคนไปสินะ คิดได้เวลานี้มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ในชั่วโมงกิจกรรมอาจารย์ประจำชั้นเข้ามาประกาศว่าในงานประจำปีของโรงเรียนปีนี้ทางโรงเรียนให้นักเรียนทุกห้องส่งการแสดงห้องละ 1 การแสดงและอาจารย์ก็คิดไว้แล้วว่าจะให้พวกเธอแสดงละครเวทีเรื่อง โรมีโอแอนด์จูเลียต ต่อจากนี้อาจารย์จะให้พวกเธอโหวตนักแสดงว่าใครเหมาะที่จะเล่นในบทไหนนะ พูดจบอาจารย์ก็เขียนชื่อตัวละครบนกระดานและให้นักเรียนโหวตว่าใครจะแสดงในบทไหนจนมาถึงบทนางเอกคะแนนเสียงของมีนาและปุยฝ้ายเท่ากัน และขณะนั้นผมก็ดันขอตัวไปเข้าห้องน้ำและเดินเข้ามาในห้องพอดี (สถานการณ์เริ่มกดดันทุกสายตาพุ่งตรงมาที่เรา T^T) นายวิทยภูมิ เสียงอาจารย์ที่เรียกชื่อเรามันช่างเยือกเย็นเหลือเกินนาทีนี้นายเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้ออกเสียงโหวตว่าใครจะได้รับบทเป็นนางเอกของเรื่องนี้เชิญออกเสียง เร็วๆอาจารย์จะได้โหวตบทตัวละครตัวต่อไป อะเอ่ออ คะคะคืออว่า..ก่อนที่ผมจะตอบอาจารย์ผมก็ได้มีโอกาสหันไปสบตากับผู้หญิงทั้งสองคนที่รอให้ผมตัดสินว่าใครจะได้รับบทนางเอกในเรื่องนี้ หันไปสบตากับปุยฝ้ายผู้หญิงที่มีในตาคม ผิวสองสี เธอยิ้มให้ผมแบบหวานหยดย้อย จนผมต้องรีบหลบตาเพราะเธอเหมือนกำลังส่งสายตามาขอร้องให้ผมเลือกเธอก็ไม่ปาน แต่พอผมหันไปสบตากับมีนา ผมก็เจอกับแววตาที่เฉยเมยเช่นเดิมและไม่กี่วินาทีเธอก็หันหน้าหนีผมไปมองหน้าต่างแทนเสียนี่ เฮ้ออออ (มีนา..เธอกำลังคิดอะไรอยู่นะ..) ว่าไงนายวิทยภูมิ เสียงอาจารย์ดังขึ้นอีกรอบทำให้ผมต้องรีบพูดชื่อของผู้หญิงคนนั้นออกไป...จบการโหวตตัวละครเวทีหรือนักแสดงเอาเป็นว่าอาจารย์จะสรุปให้พวกเธอฟังอีกทีว่าใครได้รับบทอะไรบ้าง ส่วนคนที่เหลือที่ไม่ได้รับบทอะไรก็แบ่งกลุ่มเป็นฝ่ายฉาก และฝ่ายเสื้อผ้ากันนะ แล้วอาจารย์ก็พูดชื่อว่าใครแสดงบทอะไรจนมาถึงบทนางเอก นางสาวพลอยชมพู และนายวิทยภูมิรับบทพระเอกของเรื่องนะ...มาถึงตรงนี้ผู้อ่านท่าทางจะงงสินะครับ นางสาวพลอยชมพูคือมีนา นั้นแหละครับ ส่วนผมที่ได้รับบทพระเอกของเรื่องก็ไม่ใช่เพราะเหตุผลอะไรก็แค่หน้าตาดีอย่างเดียวเลย ^^ (เรื่องจริงนะไม่เชือมาดูตัวจริงผมได้เลย) แต่เรื่องราวมันไม่ได้สวยงามเสมอไปหรอกครับในวันที่นัดซ้อมละครวันแรก ผมเดินเข้ามาโรงเรียนด้วยสายตาที่ว่างเปล่า มันรู้สึกสับสน และเศร้ามากกว่าทุกๆวัน เพราะผมต้องมาลาออกจากโรงเรียนแห่งนี้เพื่อจะต้องตามคุณพ่อไปอยู่ที่ต่างประเทศ (พ่อผมเป็นหมอศัลย์และได้รับเชิญให้ไปประจำอยู่โรงพยาบาลต่างประเทศ) พอพ่อกับแม่ทำเรื่องลาออกให้ผมเสร็จท่านก็เดินมาบอกผมว่ายังพอมีเวลาลูกจะไปลาเพื่อนๆในห้องก่อนก็ได้นะ พ่อกับแม่จะรออยู่ที่รถในตอนนั้นผมรู้สึกว่าโลกมันว่างเปล่า มันไม่มีความรู้สึกหรือคำพูดใดๆเลยในหัว และในวันนั้นผมเลือกที่จะฝากอาจารย์ประจำชั้นไปบอกเพื่อนๆในห้องแทน เพราะผมกลัวว่าถ้าเพื่อนๆถามผม หรือได้เห็นหน้าพวกเขาอีกครั้งผมจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ผมคิดว่าวันนี้เป็นวันนึงที่ผมรู้สึกเศร้ามากๆที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว ที่ต้องไปจากเพื่อนๆที่น่ารักและเธอ...มีนา...เจ้าหญิงของผม...จากวันนั้นมาถึงวันนี้แปดปีพอดี ที่ผู้หญิงคนที่ชื่อมีนา ไม่เคยจะเลือนหายไปจากชีวิตของผม ถึงแม้ผมจะไปอยู่ไกลแสนไกลแต่ผมก็ยังเฝ้าติดตามเรื่องราวของเธอ ตั้งแต่เธอเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยอะไรและเรียนคณะอะไร เธอมีแฟนหรือเธอกำลังคบกับใครและล่าสุดเธอเลิกกับแฟนเธอไปแล้ว..ซึ่งก็แปลว่าเธอกำลังโสดสินะ ^^ และตอนนี้ผมก็ได้รวบรวมความกล้าที่จะโทรหาเธอ...ทำไมหล่ะมีนา ภูไม่เข้าใจ เราสองคนจะกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วจริงๆหรอครับ ภูยังคงติดตามเรื่องราวของมีนา อยู่ตลอดนะภูไม่เคยลืมมีนานะครับ และตอนนี้ภูก็เรียนจบแล้วภูย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านหลังเดิม ที่อยู่ข้างๆบ้านมีนาไง ภูขอโทษที่เสียมารยาทขอเบอร์โทรของมีนาจากคุณน้าประภา (คุณแม่ของมีนา) ภูแค่อยากจะขอโทษในทุกๆสิ่งที่ภูทำให้มีนาผิดหวังหรือเสียใจ แต่ภูไม่ได้ต้องการจะทำลายมิตรภาพของเรานะ ภูอยากให้มีนาอภัยให้ภู มีนายกโทษให้ภูนะครับ.....ตู้ด ตู้ด ตู้ดดดด เสียงโทรศัพท์บ่งบอกว่าปลายสายได้กดวางสายไปแล้ว..และหลังจากนั้นผมก็ติดต่อหามีนาไม่ได้เลย ผมถามคุณน้าประภาแต่ก็ได้คำตอบจากท่านเพียงแค่ว่าตอนนี้มีนางานยุ่งมากต้องไปบินทุกวันเลย (มีนาในวันนี้เธอคือแอร์โฮสเตสสาวของสายการบินมีชื่อแห่งหนึ่ง) ส่วนผมเรียนจบสถาปนิกก็คงต้องเป็นสถาปนิก ^^ และตอนนี้ผมได้เปิดบริษัทเล็กๆของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว..ณ มุมหนึ่งในบริเวณบ้านของผมซึ่งผมตกแต่งให้เป็นมุมนั่งเล่น หรือนั่งทำงาน มีการจัดสวนหย่อมมีดอกไม้นานาพรรณ และธารน้ำไหลอยู่ตลอดทำให้ได้รับอากาศเย็นๆและลมพัดผ่านอยู่ตลอดเวลา...เพื่อนๆหรือญาติๆที่มาหาผมมักจะชอบมานั่งที่มุมนี้อยู่บ่อยๆและต่างก็ชมว่าผมจัดสวนได้สวยงามมากๆ (ผมก็ได้แต่ยิ้มรับคำชม ^^ ก็คนมันเก่งอ่านะ)...วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งก็เป็นวันหยุดของบริษัทซึ่งจะหยุดวันเสาร์และอาทิตย์ แต่ผมที่เป็นผู้บริหารคงจะหยุดตามพนักงานก็คงจะไม่ใช่เพราะยังมีงานที่ค้างส่งลูกค้าอีกเพียบ ผมจึงต้องหอบงานมาทำที่บ้านในหยุดเช่นนี้อยู่เป็นประจำ และสัปดาห์นี้ก็เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งที่ผมยังคงนั่งทำงานด้วยหัวฟูๆ เพราะผมชอบขยี้หัวในตอนที่คิดงานไม่ออก (-__-")....ในขณะที่ผมกำลังนั่งเขียนแบบด้วยใจจดจ่อ และไม่ได้สังเกตุสิ่งที่อยู่รอบตัวเลย จนกระทั่งผมรู้สึกเย็นๆที่แก้ม เย็นมากก O__+" จนร้องจ๊ากก รีบหันไปดูว่าใครกันนะบังอาจมาทำอย่างนี้กับผมได้ ยกเว้น..เธอคนนั้น มีนา..(เธอคนเดียวที่ชอบแกล้งผมแบบนี้อยู่บ่อยๆและผมก็ไม่เคยโกรธเธอเลยซักครั้ง) คุณ!! เอ่ออ....ภาพที่เห็นตรงหน้าผู้หญิงตัวเล็กๆ ขาวๆ ในตาสีน้ำตาลคู่นั้น เธอสวมชุดพนักงานแอร์โฮสเตสของสายการบินหนึ่ง..และในมือของเธอก็ถือน้ำแอปเปิ้ลปั่น และนั่นก็คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร้องจ๊ากกเพราะความเย็นเมื่อสักครู่นี้......มะ มะมีนา...ใช่มีนาหรือเปล่าครับ?...เธอหุบยิ้มและเปลี่ยนสีหน้าเป็นไม่พอใจ ก่อนจะพูดกับผมว่า..ไหนบอกว่าติดตามกันตลอดไง เราหน้าตาเป็นยังไงยังไม่รู้เลย แล้วอย่างงี้จะให้เชื่อได้อย่างไรว่าเธอยังจำเราได้และไม่เคยลืมอย่างที่เธอบอก (แล้วเธอก็ทำหน้างอนๆ) ใช่จริงๆด้วยมีนาจริงๆด้วย.. ผมมือไม้สั่นไปหมด ผมไม่รู้จะทำอะไรหรือจะพูดอะไรต่อไปได้แต่ยืนยิ้มอยู่ตรงนั้นจนกระทั่ง....ผมรู้สึกเย็นที่แก้มอีกครั้ง โอ้ยยย มีนามันเย็นนะ.. ก็จะได้เลิกยืนเหม่อซักทีไง...ก็ภูดีใจนี่นาที่มีนามาและยอมพูดกับภู มีนายกโทษให้ภูแล้วใช่ไหม เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้แล้วใช่ไหม? ใช่ไหมมีนา ผมเขย่าตัวมีนา ผมอยากได้ยินคำตอบจากมีนาเร็วๆ...ภู ภูฟังมีนานะเราสองคนคงจะกลับเป็นเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว....ทำไมหล่ะมีนา ถึงมีนาจะมีแฟนแล้วเราสองคนก็เป็นเพื่อนกันได้นี่มีนา ภูต้องทำยังไง ภูขอร้องนะมีนาตลอดระยะเวลาแปดปีที่ผ่านมาไม่เคยมีวันไหนที่ภูจะลืมมีนาได้ ภูคิดถึงมีนาอยู่ตลอดเลย...ก็เพราะอย่างนี้ไงภู มีนาถึงไม่อยากเป็นเพื่อนกับภูแล้ว แต่..มีนาอยากเป็นผู้หญิงของภู (>__<") ....O__o" ฮ่ะ!! ดะ ดะเดี๋ยวนะมีนา ภะ ภะภูไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม ภูไม่ได้ฝันไปใช่ไหม มีนาพูดจริงๆใช่ไหมครับ...(มีนาไม่ตอบเธอได้แต่ยิ้มอายๆ หน้ามีนาตอนนี้แดงมากๆเลย ^^)...แต่เธอเลือกที่จะถามย้ำว่า..แล้วได้หรือเปล่าหล่ะ? ^^...ผมตอบเธอด้วยการก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆเธอแล้วดึงตัวเธอมากอดไว้แน่น และจุ๊บหน้าผากเธอไปหนึ่งที ความรู้สึกของผมตอนนี้มันยากมากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูด เอาเป็นว่าผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิตเลยหล่ะครับ ..พอได้แล้วภู ปล่อยมีนาเถอะเดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะ ครับๆก็ภูดีใจนี่นา อ่ะ..กินได้แล้วเอามาให้ น้ำแอปเปิ้ลปั่นละลายหมดแล้วนะค่ะ ^^ มีนาแก้เขินด้วยการยื่นแก้วน้ำแอปเปิ้ลปั่นมาให้ผม ผมรับมาดื่มและก็ตัดสินใจถามมีนาถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ในวันที่เขาสารภาพรักกับมีนา ทำไมมีนาถึงต้องหลบหน้า และไม่คุยกับเขา...มีนานิ่งไปซักพัก แล้วเธอก็เริ่มพูด..คำพูดแรกที่เธอเอ่ยขึ้นมาก็คือ..อาย...มีนาอายหน่ะภูเพราะคนที่มาสารภาพรักมีนาในวันนั้นคือภูไง คือภูคนที่มีนาก็มีใจ มีนาก็ชอบภูอยู่แต่มีนาไม่กล้า เพราะมีนากลัวความผิดหวัง เพราะตอนนั้นภูถือว่าเป็นหนุ่มฮอตในโรงเรียนเลยก็ว่าได้ มีนากลัวว่าถ้ามีนารับรักภู มีนาจะต้องผิดหวังซักวัน...โธ่มีนา ทำไมมีนาไม่บอกกับภูตรงๆหล่ะครับ...และยิ่งมีนาเห็นว่าภูคบกับน้ำหวาน มีนาก็ยิ่งมั่นใจในความเชื่อตั้งแต่แรกของมีนาว่าถ้าคบกับภู มีนาจะต้องเสียใจและผิดหวังแน่ๆ แล้วอีกใจนึงก็เสียใจมากที่ภูคบกับคนอื่นจนกลายเป็นความโกรธ...จนวันที่ภูลาออกจากโรงเรียนไปโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวและไม่แม้จะมาร่ำลาเพื่อนๆในห้อง มีนาก็ยิ่งโกรธภูและมั่นใจว่าเรื่องราวของเราสองคนคงจะจบลงแบบนั้นและถ้าเจอภูที่ไหนมีนาจะไม่คุยกับภูเลยจริงๆ (โกรธมากๆ)...และในวันที่ภูโทรมา มีนายอมรับว่าจริงๆมีนาก็ดีใจนะ แต่อาย ไม่รู้จะพูดอะไรก็เลยเลือกที่จะพูดแบบนั้นกับภู ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมาคุณพ่อและคุณแม่จะชอบมาเล่าให้มีนาฟังตลอดว่าภูยังคงถามถึงมีนาตลอด...จนวันนี้ตอนนี้มีนาคิดว่าถ้ามีนายังคงอายและไม่กล้าอยู่เหมือนเดิม มีนาก็คงจะเสียภูไปอีก...ผมดึงมีนามากอดอีกครั้ง ผมยิ้มให้กับเรื่องราวที่ผ่านมา..ขอบคุณที่หัวใจของผมมั่นคงเพียงเธอคนเดียว..มีนาเจ้าหญิงของผม...ผมสัญญาว่าผมจะไม่ปล่อยให่เธอไปไหนอีก ผมเฝ้ารอวันนี้มาโดยตลอด ถึงจะไม่มีความหวังเลยก็ตาม แต่สุดท้าย..วันนี้ก็มีอยู่จริงๆ วันที่ผมมีเธอข้างๆ ภูรักมีนาที่สุดเลยครับ!!!! ผมตะโกนดังๆกับประโยคนี้ซ้ำๆอยู่หลายรอบ จนมีนาหน้าแดงและรีบเอามือมาปิดปากผมไว้..ผมดึงมือมีนาออก และก้มลงไปช้าๆสายตาของผมจ้องไปดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยของมีนา และเลื่อนต่ำลงไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ...ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่ผมไม่อยากจะถอนริมฝีปากออกจากเธอเลยมีนา ผมอยากจูบเธออย่างนี้ตลอดไป....( ส่งท้ายนิดๆจากใจนายภู...บางทีอาการเขินอาย นี่มันก็น่ากลัวมากกว่าที่คิดนะครับว่าไหมครับคุณผู้อ่าน ^^)
 
 
.............เฮ้อออ ถ้าจะอายซะขนาดนั้นนะคุณมีนา....ดิฉันหล่ะเพลีย จากใบไม้สีชมพู ^^" 

Comment

Comment:

Tweet

wink wink

#1 By Specially time by hnuine on 2014-09-16 17:44